dhrddede@gmail.com

อนาคตพลังงานไทย ก้าวสู่ความยั่งยืนด้วยพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี

ประเด็นด้านพลังงานเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ การพึ่งพิงพลังงานฟอสซิลที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและราคาที่ผันผวนในตลาดโลก ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวไปสู่การใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและความยั่งยืนในระยะยาว สถานการณ์พลังงานปัจจุบันและความท้าทาย ข้อมูลจาก กระทรวงพลังงาน และ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าพลังงานฟอสซิลเป็นสัดส่วนหลัก ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน ซึ่งทำให้เศรษฐกิจมีความเปราะบางต่อความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก นอกจากนี้ การใช้พลังงานฟอสซิลยังเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งผลต่อภาวะโลกร้อน และเป็นความท้าทายระดับโลกที่ประเทศไทยต้องร่วมรับผิดชอบ นโยบายและทิศทางพลังงานสะอาดของไทย ภาครัฐได้ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคการผลิตไฟฟ้าและภาคขนส่งอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy): ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ทั้งโครงการโซลาร์รูฟท็อปสำหรับครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม รวมถึงโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ พลังงานลม (Wind Energy): การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมในพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ พลังงานชีวมวลและขยะ (Biomass and Waste-to-Energy): การนำเศษวัสดุทางการเกษตรและขยะมาผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นการจัดการของเสียและสร้างพลังงานไปพร้อมกัน เทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System – ESS): เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาความไม่เสถียรของพลังงานหมุนเวียน เช่น แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ เพื่อให้สามารถใช้พลังงานสะอาดได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles – EVs): การส่งเสริมการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับชาร์จประจุไฟฟ้า เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคขนส่ง บทบาทของเทคโนโลยีและนวัตกรรม เทคโนโลยีและนวัตกรรมมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทย ไม่ว่าจะเป็น: Smart Grid: ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่ช่วยบริหารจัดการการผลิตและการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ AI และ […]

“ก้าวต่ออย่างมั่นใจ: ทบทวนและขับเคลื่อน MOU สู่การปฏิบัติ” พพ.ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ขับเคลื่อนความร่วมมือการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเพื่อการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านการอาชีวศึกษา

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นายนันทนิษฎ์ วงศ์วัฒนา รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)           เข้าหารือร่วมกับ นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อหารือแนวทางภายใต้ความร่วมมือการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเพื่อการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านการอาชีวศึกษา การหารือในครั้งนี้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา พัฒนาหลักสูตรด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนให้สอดคล้องกับการผลิตและพัฒนากำลังคนอย่างเป็นระบบและความต้องการของตลาด อีกทั้งเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรอาชีวศึกษาให้มีความรู้ ทักษะและประสบการณ์จริงด้านพลังงานและพลังงานทดแทน

BESS (ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่) คือ Power Bank ของระบบไฟฟ้า สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

BESS (Battery Energy Storage System) เป็นระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ ช่วยให้ระบบพลังงานมีความมั่นคง ทำหน้าที่กักเก็บพลังงานเมื่อผลิตได้เกินความต้องการ และจ่ายกลับมาใช้ในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ลดความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน และยังเป็นส่วนสำคัญในการก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ที่มา : https://www.energynewscenter.com/

ทำความรู้จักกับ “พลังงานไฮโดรเจน” พลังงานสะอาด ที่กระทรวงพลังงาน ประกาศให้เป็น “น้ำมันเชื้อเพลิง” ตาม พรบ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542

ทำความรู้จักกับ “พลังงานไฮโดรเจน” พลังงานสะอาด ที่กระทรวงพลังงาน ประกาศให้เป็น “น้ำมันเชื้อเพลิง” ตาม พรบ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ที่มา : https://www.energynewscenter.com/

ไฮโดรเจน พลังงานทางเลือกในอนาคต ตอบโจทย์ลดโลกร้อน

ในการเดินหน้าประเทศไทยไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2065 ตามที่ประกาศเอาไว้ในเวทีโลก พลังงานไฮโดรเจน ถูกจัดวางให้เป็นอีกหนึ่งพลังงานทางเลือกสำคัญที่จะช่วยตอบโจทย์เป้าหมายดังกล่าว โดยในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือ แผนพีดีพี ที่กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการจัดทำนั้น มีการระบุไว้ให้โรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงต้องผสมไฮโดรเจนในสัดส่วน 5 % ของปริมาณที่ใช้ด้วย โดยจะเริ่มตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดความต้องการ (Demand) การใช้ไฮโดรเจนเชิงพาณิชย์ขึ้นภายในประเทศ มาทำความรู้จักกับ “ไฮโดรเจน” กันก่อนว่าไฮโดรเจนมีดีอย่างไร ภาครัฐจึงเตรียมความพร้อมที่จะมีนโยบายการส่งเสริมให้ใช้เชิงพาณิชย์ในอนาคต ไฮโดรเจน ถือเป็นธาตุที่เบาที่สุดซึ่งมักรวมอยู่ในโมเลกุลของสารประกอบอื่นๆ เช่น สารประกอบจําพวกไฮโดรคาร์บอน (HC) มีคุณสมบัติทั่วไป คือ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ติดไฟง่าย ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงเป็นพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การนำไฮโดรเจนมาใช้ประโยชน์ โดยเป็นเชื้อเพลิงที่เผาไหม้และให้ความร้อนในโรงไฟฟ้าหรือนำไปใช้ในรูปแบบเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้านั้น หลายประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อังกฤษ […]

1 2 3 16