ทำความรู้จักกับ Direct PPA (Direct Power Purchase Agreement) รูปแบบการทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าโดยตรง ระหว่างผู้ผลิตพลังงาน กับผู้ใช้พลังงาน
ทำความรู้จักกับ Direct PPA (Direct Power Purchase Agreement) รูปแบบการทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าโดยตรง ระหว่างผู้ผลิตพลังงานกับผู้ใช้พลังงาน โดยส่งกระแสไฟฟ้าผ่านโครงข่ายสายส่ง (Grid) ของการไฟฟ้า ที่จะเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดการลงทุน ช่วยผลักดันให้เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้เร็วยิ่งขึ้น ที่มา : https://www.energynewscenter.com Views: 99
รัฐ-เอกชน จับมือร่วมลดใช้พลังงาน รับวิกฤติสู้รบในตะวันออกกลาง
นับตั้งแต่เกิดการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และ อิสราเอล กับประเทศ อิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้สถานการณ์พลังงานโลกเกิดความผันผวน โดยเฉพาะราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการผลิตไฟฟ้า หลายฝ่ายยังคงจับตาว่าสงครามครั้งนี้จะยืดเยื้อเพียงใด และจะส่งผลกระทบต่อปริมาณพลังงานของโลกในระยะยาวหรือไม่ประเทศไทยซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นและความไม่แน่นอนของการจัดหาเชื้อเพลิง ดังนั้นแนวทางสำคัญในช่วงเวลานี้คือการใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการใช้พลังงานของประเทศ ดังนั้นหลายหน่วยงานด้านพลังงานทั้งภาครัฐและเอกชนจึงได้ออกมาตรการและแนวทางประหยัดพลังงานภายในองค์กรและรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน โดยเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ออกมาตรการประหยัดพลังงานในประเทศไทย ด้วยการให้หน่วยงานราชการ-รัฐวิสาหกิจ เน้นทำงานที่บ้าน (Work from Home) ทันที งดใส่สูท ผูกเนคไท รวมถึงการงดเดินทางศึกษาดูงานต่างประเทศ และออกมาตรการลดการใช้พลังงานอื่น ๆ เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้ที่ระดับ 26-27 องศาเซลเซียส, การลดการใช้ไฟฟ้าในอาคารสำนักงาน ด้วยการปิดไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น, การลดการใช้ลิฟท์, การลดการใช้กระดาษ และเครื่องถ่ายเอกสาร รวมถึงการเช็คสภาพรถยนต์ เป็นต้น ขณะที่ กระทรวงพลังงาน ประกาศมาตรการลดใช้พลังงานเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง โดยแนะนำให้ เดินทางเท่าที่จำเป็น, ใช้ระบบ Car pool […]
อนาคตพลังงานไทย ก้าวสู่ความยั่งยืนด้วยพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี
ประเด็นด้านพลังงานเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ การพึ่งพิงพลังงานฟอสซิลที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและราคาที่ผันผวนในตลาดโลก ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวไปสู่การใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและความยั่งยืนในระยะยาว สถานการณ์พลังงานปัจจุบันและความท้าทาย ข้อมูลจาก กระทรวงพลังงาน และ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าพลังงานฟอสซิลเป็นสัดส่วนหลัก ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน ซึ่งทำให้เศรษฐกิจมีความเปราะบางต่อความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก นอกจากนี้ การใช้พลังงานฟอสซิลยังเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งผลต่อภาวะโลกร้อน และเป็นความท้าทายระดับโลกที่ประเทศไทยต้องร่วมรับผิดชอบ นโยบายและทิศทางพลังงานสะอาดของไทย ภาครัฐได้ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคการผลิตไฟฟ้าและภาคขนส่งอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy): ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ทั้งโครงการโซลาร์รูฟท็อปสำหรับครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม รวมถึงโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ พลังงานลม (Wind Energy): การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมในพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ พลังงานชีวมวลและขยะ (Biomass and Waste-to-Energy): การนำเศษวัสดุทางการเกษตรและขยะมาผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นการจัดการของเสียและสร้างพลังงานไปพร้อมกัน เทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System – ESS): เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาความไม่เสถียรของพลังงานหมุนเวียน เช่น แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ เพื่อให้สามารถใช้พลังงานสะอาดได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles – EVs): การส่งเสริมการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับชาร์จประจุไฟฟ้า เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคขนส่ง บทบาทของเทคโนโลยีและนวัตกรรม เทคโนโลยีและนวัตกรรมมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทย ไม่ว่าจะเป็น: Smart Grid: ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่ช่วยบริหารจัดการการผลิตและการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ AI และ […]
“ก้าวต่ออย่างมั่นใจ: ทบทวนและขับเคลื่อน MOU สู่การปฏิบัติ” พพ.ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ขับเคลื่อนความร่วมมือการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเพื่อการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านการอาชีวศึกษา
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นายนันทนิษฎ์ วงศ์วัฒนา รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เข้าหารือร่วมกับ นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อหารือแนวทางภายใต้ความร่วมมือการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเพื่อการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านการอาชีวศึกษา การหารือในครั้งนี้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา พัฒนาหลักสูตรด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนให้สอดคล้องกับการผลิตและพัฒนากำลังคนอย่างเป็นระบบและความต้องการของตลาด อีกทั้งเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรอาชีวศึกษาให้มีความรู้ ทักษะและประสบการณ์จริงด้านพลังงานและพลังงานทดแทน Views: 95
BESS (ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่) คือ Power Bank ของระบบไฟฟ้า สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
BESS (Battery Energy Storage System) เป็นระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ ช่วยให้ระบบพลังงานมีความมั่นคง ทำหน้าที่กักเก็บพลังงานเมื่อผลิตได้เกินความต้องการ และจ่ายกลับมาใช้ในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ลดความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน และยังเป็นส่วนสำคัญในการก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ที่มา : https://www.energynewscenter.com/ Views: 1,005
ทำความรู้จักกับ “พลังงานไฮโดรเจน” พลังงานสะอาด ที่กระทรวงพลังงาน ประกาศให้เป็น “น้ำมันเชื้อเพลิง” ตาม พรบ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542
ทำความรู้จักกับ “พลังงานไฮโดรเจน” พลังงานสะอาด ที่กระทรวงพลังงาน ประกาศให้เป็น “น้ำมันเชื้อเพลิง” ตาม พรบ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ที่มา : https://www.energynewscenter.com/ Views: 840
ไฮโดรเจน พลังงานทางเลือกในอนาคต ตอบโจทย์ลดโลกร้อน
ในการเดินหน้าประเทศไทยไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2065 ตามที่ประกาศเอาไว้ในเวทีโลก พลังงานไฮโดรเจน ถูกจัดวางให้เป็นอีกหนึ่งพลังงานทางเลือกสำคัญที่จะช่วยตอบโจทย์เป้าหมายดังกล่าว โดยในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือ แผนพีดีพี ที่กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการจัดทำนั้น มีการระบุไว้ให้โรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงต้องผสมไฮโดรเจนในสัดส่วน 5 % ของปริมาณที่ใช้ด้วย โดยจะเริ่มตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดความต้องการ (Demand) การใช้ไฮโดรเจนเชิงพาณิชย์ขึ้นภายในประเทศ มาทำความรู้จักกับ “ไฮโดรเจน” กันก่อนว่าไฮโดรเจนมีดีอย่างไร ภาครัฐจึงเตรียมความพร้อมที่จะมีนโยบายการส่งเสริมให้ใช้เชิงพาณิชย์ในอนาคต ไฮโดรเจน ถือเป็นธาตุที่เบาที่สุดซึ่งมักรวมอยู่ในโมเลกุลของสารประกอบอื่นๆ เช่น สารประกอบจําพวกไฮโดรคาร์บอน (HC) มีคุณสมบัติทั่วไป คือ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ติดไฟง่าย ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงเป็นพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การนำไฮโดรเจนมาใช้ประโยชน์ โดยเป็นเชื้อเพลิงที่เผาไหม้และให้ความร้อนในโรงไฟฟ้าหรือนำไปใช้ในรูปแบบเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้านั้น หลายประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อังกฤษ […]
Quick Big Win โซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริด ผลิตไฟฟ้าสะอาดที่ไม่ปล่อยคาร์บอน
หากเปรียบประเทศไทยเป็นเหมือนรถยนต์ที่วิ่งอยู่ร่วมกับประเทศอื่น ๆ บนถนนสายหลัก เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งหมายถึงภาวะสมดุลระหว่างปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมากับปริมาณที่ถูกกำจัดออกจากชั้นบรรยากาศ จะเห็นว่าไทยเรากำลังเหยียบคันเร่งเพื่อวิ่งให้เร็วเท่ากับประเทศพัฒนาหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งตั้งเป้าว่าจะไปให้ถึงจุดหมายได้ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยหลายโครงการที่จะมีส่วนช่วยให้ไทยไปได้เร็วขึ้นนั้น อยู่ภายใต้นโยบาย Quick Big Win ด้านพลังงานของรัฐบาล ที่มีนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นหลักในการขับเคลื่อนให้มีความชัดเจนภายในระยะเวลา 4 เดือน นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติหน้าที่ช่วงปลายเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา โดยภายใต้นโยบาย Quick Big Win ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ โครงการโซลาร์ภาคประชาชน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบพลังงานรองรับภาคอุตสาหกรรม และการสร้างความยั่งยืนระยะยาวรองรับ Net Zero 2050 โดยเห็นภาพชัดว่าล้วนเป็นโครงการที่มุ่งเป้าปรับลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Decarbonization เพราะประเมินกันว่าหากโครงการทั้งหมดสำเร็จตามแผนจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 10 ล้านตันคาร์บอนฯ ต่อปี ซึ่งโครงการที่สำคัญได้แก่ 1) โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ ประเมินว่าช่วยลดการปล่อยคาร์บอนฯ ได้กว่า 0.80 ล้านตันคาร์บอนฯ […]
